มาแล้ว...สุดยอดโปรโมชั่นแห่งปี

มาแล้ว...สุดยอดโปรโมชั่นแห่งปี

มา แล้ว! กับสุดยอด Promotion ท่องเที่ยวไปกับไทยธรรม กับ Packages เที่ยวเมืองจีน ดินแดนอันมีมนต์ขลัง และวัฒนธรรมกว่า 5000 ปี เหนื่อยมาทั้งปี ต้องตอบแทนดีๆกันหน่อย ด้วยกติกาง่ายๆ สำหรับว่าที่เศรษฐีเงินล้าน

กติกาท่องเที่ยว
  1. มีตำแหน่งโกเมนขึ้นไป
  2. เก็บคะแนน 10 เดือน (มีนาคม 2551 – ธันวาคม 2551) ท่องเที่ยวประมาณ มีนาคม 2552
  3. คะแนนยอดซื้อกลุ่มส่วนตัว 10 เดือน สะสมรวมกัน 200,000 คะแนน (เฉลี่ยเดือนละ 20,000 คะแนน) และ คะแนนยอดกลุ่มของลูกโกเมนชั้นที่ 1 รวมกัน 1,600,000 คะแนน (เฉลี่ยเดือนละ 160,000 คะแนน หากมีโกเมน 8 คน เฉลี่ยยอดกลุ่มคนละ 20,000 คะแนนต่อเดือน)
  4. ต้องยื่นใบสมัคร Promotion ท่องเที่ยว
กฏเกณฑ์การคิดคะแนน

1.ผู้สมัครทุกท่าน ที่มียอดกลุ่มส่วนตัวสะสมเกินกว่า 50% (คะแนนกลุ่มส่วนตัวสะสมเกิน 100,000 คะแนน) และ มียอดกลุ่มส่วนตัวของลูกชั้นที่ 1 สะสมเกินกว่า 50% (คะแนนกลุ่มลูกโกเมนชั้นที่ 1 สะสมเกิน 750,000 คะแนน) มีสิทธิรับการ Roll Up คะแนนจาก Downline

2. คะแนนที่ผ่านการ Roll Up จนเสร็จสิ้นแล้วสามารถนำมาตีเป็นมูลค่าตั๋วท่องเที่ยวได้ เช่น ทำคะแนนได้ 80% จากกติกา จ่ายเงินสดค่าตั๋วเป็นมูลค่า 20% ของค่าตั๋ว เป็นต้น

3. ผู้สมัครที่ทำคะแนนไม่ถึง 50% ของกฏเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ต้องสละสิทธิ์ในโปรโมชั่นนี้ คะแนนของท่านจะถูก Roll-Up ขึ้นไปเป็นคะแนนท่องเที่ยวของ Up-Line ที่ผ่านกฏเกณฑ์ 50% ตามข้อกฏเกณฑ์การคิดคะแนนในข้อ 1

ไปไหนไปกัน! ถึงไหนถึงกัน! ร่วมดูโลกกว้าง ไปกับครอบครัวที่สองของท่าน

ครอบครัวอบอุ่นของเรา…ไทยธรรม อัลไลแอนซ์

Starry Cosmetiq สวยอย่างดวงดาว พราวอย่างดารา

Starry Cosmetiq
สตาร์รี่ คอสเมติก
"สวยอย่างดวงดาว พราวอย่างดารา"
เปิดตัวกลุ่มเวชสำอางจากน้ำมันสกัดเมล็ดองุ่น
และแล้วก็ถึงคราวเปิดตัวของ สตาร์รี่ คอสเมติก เวชสำอางจากโลกของนวัตกรรมของความงามของครอบครัว "จารุจินดา"เปิดศักราชใหม่2009 ด้วยซีรี่ส์ของเวชสำอางผสมน้ำมันสกัดเมล็ดองุ่น VITIS COSMETIC SERIES ประเดิมด้วย สบู่ใสผสมน้ำมันสกัดเมล็ดองุ่น และ สารสกัดธรรมชาติหลากหลายชนิด ทะนุถนอมบำรุงผิวหน้าที่ที่คุณแสนรัก ให้เปล่งปลั่ง นุ่มนวล ฟองละเอียด ทำความสะอาดล้ำลึก ปราศจากสิว หรือ รอยหมองคล้ำด่างดำ

น้ำมันสกัดจากเมล็ดองุ่น ให้ประสิทธิภาพในการทำลายอนุมูลอิสระ สาเหตุของความชรา ความร่วงโรย ความหมองคล้ำ การเกิดฝ้า และ จุดด่างดำ ได้สูงกว่าวิตามินอี 50 เท่า และ สูงกว่าวิตามินซีถึง 20 เท่า ทำให้ปัจจุบัน มีการนำน้ำมันสกัดจากเมล็ดองุ่นมาผสมในเวชสำอางระดับโลกหลายชนิด ให้ผลในการบำรุงผิว ลดการสร้างเม็ดสีใต้ผิวหนังปกป้องให้ผิวของคุณนุ่มนวล อ่อนเยาว์ ลดการเกิดริ้วรอย และ ชะลอความเสื่อมของผิวพรรณ

น้ำมันสกัดจากเมล็ดองุ่นใน Starry Cosmetiq ผ่านกรมวิธีสกัดเย็น(Cold - Pressed Method) ลิขสิทธิ์โลกจาก Vitis Vital ประเทศเยอรมัน

สบู่ใสของสตาร์รี่ คอสเมติก ผสมน้ำมันสกัดจากเมล็ดองุ่นมีให้คุณเลือกใช้ถึง 3 ชนิด ตามลักษะผิวพรรณและความต้องการเฉพาะของแต่ละบุคคล สำหรับผิวพรรณแต่ละชนิดที่คุณต้องการ

สูตรเพื่อผิวที่เป็นสิว(Starry Cosmetiq Acne Transparent Soap)










สูตรเพื่อผิวขาว(Starry Cosmetiq Whitening Transparent Soap)










สูตรเพื่อผิวชุ่มชื้น(Starry Cosmetiq Moisturizing Transparent Soap)










รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาคลิ็กที่รูปครับ

ถ่ายเป็นเลือด…อย่านิ่งนอนใจ


เคยไหมที่อยู่ดีๆก็ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด?

หลาย คนอาจยังคงนิ่งนอนใจอยู่เพราะคิดว่าบางครั้งที่ถ่ายอุจจาระออกมาเป็นเลือด นั้น เป็นเรื่องเล็กน้อย ซึ่งคนส่วนใหญ่มักนึกว่าตนเองเป็นโรคริดสีดวงทวาร แต่โดยแท้จริงแล้วมีสาเหตุได้หลายประการ ทั้งแผลขอบทวารหนัก ฝีบริเวณทวารหนัก หรือโรคของเส้นเลือดในเยื่อบุผนังลำไส้แตก แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือ...มะเร็ง!!!... อุจจาระเป็นเลือดหรือมีเลือดผสมอยู่ในอุจจาระ จะเป็นแบบไหนก็ล้วนแต่น่าตกใจทั้งนั้น เพราะนั่นย่อมแสดงให้เห็นว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นในร่างกายของเราแล้ว

สาเหตุของการถ่ายอุจจาระออกมาเป็นเลือดมี ด้วยกันหลายสาเหตุแล้วแต่พฤติกรรมในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน เช่น ถ่ายอุจจาระเป็นเวลาหรือไม่ ซึ่งคนส่วนมากที่มีสุขภาพดีมักจะได้รับการฝึกหัดให้ถ่ายอุจจาระเป็นประจำทุก เช้าจนเป็นนิสัย สำหรับหลายๆคนที่เคยมีอาการถ่ายเป็นเลือดเคยสังเกตตัวเองบ้างไหมว่า เวลาเข้าไปถ่ายอุจจาระในห้องน้ำมักจะมีพฤติกรรมในเรื่องนั่งแช่นานๆ หรือชอบนั่งอ่านหนังสือไปด้วย ท้องผูกเป็นประจำหรือเปล่า ดื่มน้ำน้อยและไม่ค่อยกินผักสด ชอบกินแต่เนื้อสัตว์ เครียดเป็นประจำและนอนดึก ทำให้พักผ่อนได้ไม่เพียงพอ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุให้มีอาการดังกล่าวได้ทั้งนั้น

แล้วอย่างนี้จะมีวิธีสังเกตได้อย่างไรบ้างน๊ะ...

ลอง สังเกตดูว่าถ้าหากมีอาการคล้ายๆ อย่างนี้ส่วนใหญ่จะเป็นแผลที่ทวารหนักมากกว่า ลักษณะของเลือดที่ออก อาจพอบอกได้ว่าเลือดออกจากสาเหตุอะไร ถ้าเป็นเลือดสดๆ ออกตามหลังการถ่ายอุจจาระ หรือมีเลือดออกแต่ไม่ปนกับอุจจาระ มัก มีสาเหตุที่บริเวณทวารหนักหรือลำไส้ใหญ่ส่วนปลายมากกว่าลำไส้ด้านใน เช่น ริดสีดวงทวารหนัก ถ้าเลือดปนอยู่ในก้อนอุจจาระน่าจะเกิดจากตำแหน่งที่อยู่สูงขึ้นไป เนื่องมาจากทำให้ลำไส้มีเวลามากพอที่จะผสมเลือดกับอุจจาระเข้าด้วยกัน เลือดที่ออกจากแผลกระเพาะอาหาร มักมีสีดำและเหนียว แต่ถ้ามีมูกปนด้วย แสดงว่ามีปัญหาที่เยื่อบุลำไส้ใหญ่ เช่น ลำไส้อักเสบ หรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น

สำหรับวิธีป้องกันอาการถ่ายอุจจาระเป็นเลือดนั้น...ง่ายนิดเดียว...

กินอาหารที่มีกากใยมากๆ...หนึ่งในวิธีป้องกันการท้องผูกที่ดีวิธีหนึ่ง โดยการกินผัก ผลไม้ต่างๆ เช่น กล้วย มะละกอ ส้ม และที่สำคัญดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว หลีกเลี่ยงอาหารที่ระคายเคืองทางเดินอาหารเช่น อาหารรสจัด ชา กาแฟ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อีก ทั้งหากทำไม่ได้ด้วยเหตุผลใดก็ตาม จำเป็นต้องกินยาถ่ายอย่างอ่อนๆหรือกินสารเสริมที่ทำให้ถ่ายอุจจาระง่ายขึ้น เช่น เม็ดแมงลัก เมล็ดซีเลียม (psyllium)

เวลาปวดอุจจาระควรจะถ่ายทันที...ไม่ ควรจะอั้นไว้นานๆ เพราะจะทำให้ลำไส้ใหญ่มีเวลาดูดซึมน้ำกลับเข้าสู่ร่างกาย ทำให้เหลืออุจจาระที่ขาดน้ำ จนเกิดอาการแข็งตัว ถ่ายยาก และที่สำคัญควรฝึก การขับถ่ายให้เป็นเวลา ไม่เบ่งมากขณะขับถ่าย เนื่องจากการเบ่งมากจะทำให้เลือดคั่งบริเวณบริเวณทวารหนัก ทำให้เนื้อเยื่อปากทวารหนักบวมและเป็นแผลได้

ควรออกกำลังกายเป็นประจำ...ทำ โน่นทำนี่ไปเรื่อยๆไม่อยู่นิ่ง ไม่ควรนั่งหรือยืนนานๆ เพราะจะทำให้เกิดความดันในหลอดเลือดดำที่ช่องทวารหนักเพิ่มสูงขึ้น เอื้อต่อการเกิดริดสีดวงทวาร การออกกำลังกายยังสามารถช่วยป้องกันภาวะท้องผูกได้ด้วย เพราะจะทำให้มีกล้ามเนื้อแข็งแรง มีแรงเบ่งที่ดี

หลังถ่ายอุจจาระแล้วควรล้างก้นด้วยน้ำ...แล้วใช้กระดาษหรือผ้าซับให้แห้ง ไม่ควรเช็ดก้น เพราะการเช็ดจะทำให้เกิดการถลอกของเนื้อเยื่อทวารหนักไม่มากก็น้อย รอยถลอกเป็นทางเข้าของเชื้อโรคที่มีอยู่มากมายมหาศาลในอุจจาระ ทำให้เกิดติดเชื้ออักเสบได้

เพื่อ ให้รู้แน่ว่าอาการถ่ายเป็นเลือด เป็นเรื่องเล็กใหญ่แค่ไหน จำเป็นต้องหาสาเหตุให้แน่ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ถ่ายอุจจาระเป็นเลือดสดๆ เป็นๆ หายๆ บ่อยครั้ง หรือพบว่าถ่ายเป็นเลือดสดเพียงครั้งเดียวในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี อย่างไรก็ตาม การหาสาเหตุของเลือดออกทางทวารหนักหรือการถ่ายอุจจาระเป็นเลือด สิ่งที่ดีที่สุดคือการตรวจให้แน่ใจว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือไม่

อย่าง ไรก็ตาม การหาสาเหตุของเลือดออกทางทวารหนักหรือการถ่ายเป็นเลือด ดีที่สุดคือ ไปให้แพทย์ตรวจ วิธีการตรวจอันดับแรกคือ ใช้นิ้วตรวจทางทวารหนักเพื่อดูลักษณะของอุจจาระ ตรวจหาก้อนหรือตรวจหาความผิดปกติอย่างอื่นภายในทวารหนัก อาจมีการตรวจพิเศษอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น การส่องกล้องทางทวารหนัก ซึ่งกล้องก็จะมีขนาดต่างๆ กัน ถ้าเป็นกล้องขนาดเล็ก ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรสามารถเข้ารับการตรวจได้เลย

แต่ถ้าหากแพทย์สงสัยว่าต้นตอของสาเหตุจะอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้นไปในลำไส้ใหญ่ อาจจำเป็นต้องตรวจด้วยกล้องที่ยาวขึ้นที่เรียกว่า ซิกมอยด์โดสโคป” (Sigmoidoscope) หรือ โคโลโนสโคป” (Colonoscope) ซึ่ง วิธีนี้ต้องเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจล่วงหน้าโดยการทำให้ลำไส้ใหญ่สะอาด เสียก่อน นอกจากนี้ยังมีการตรวจพิเศษอื่นๆ เช่น การเอกซเรย์สวนแป้งทางทวารหนัก (bariumenema) หรือเอกซเรย์ลำไส้ใหญ่ด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT-Colonography) ซึ่งทำให้ได้รูปลำไส้ใหญ่ โดยไม่ต้องส่องกล้องและไม่ต้องดมยาหรือฉีดสีใดๆ

ดัง นั้นเมื่อมีอาการถ่ายเป็นเลือดก็ไม่ควรนิ่งนอนใจอีกต่อไป เพราะการปล่อยไว้จะทรมานมากกว่าและอาจรักษายากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพของตัวเรามากขึ้นด้วย อย่าง ไรก็ตามการปฏิบัติตนให้มีสุขภาวะที่ดี อย่างที่ สสส. ได้แนะนำไว้เสมอนั้น นอกจากจะทำให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแล้ว สุขภาพใจก็ยังแข็งแรงตามไปด้วย

ที่มา : http://www.thaihealth.or.th

แนะนำ : เกรพ ซีด พลัส ไลโคปีน

ร่างกายขาดน้ำ Dehydration

ภาวะที่ร่างกายขาดน้ำหรือภาษาทางการแพทย์เรียก Dehydration หมายถึงภาวะที่ร่างกายเราสูญเสียน้ำมากกว่าที่ร่างกายได้รับซึ่งหากขาดน้ำ มากๆและไม่ได้รับการทดแทนอย่างเพียงพอ ในเวลาที่เหมาะสมก็อาจจะก่อให้เกิดผลเสียตามมา

น้ำเป็น ส่วนประกอบที่สำคัญของร่างกาย เป็นส่วนประกอบของเลือด น้ำย่อย ปกติร่างกายเราจะสูญเสียน้ำประมาณ 10 ถ้วยหรือ2.5 ลิตรทางเหงื่อ ลมหายใจและการขับถ่าย นอกจากน้ำแล้วร่างกายยังเสียเกลือแร่ด้วย

หน้าที่ของน้ำในร่างกาย

  • ช่วยในการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย
  • เป็นให้ความชุ่มชื้นต่อเนื้อเยื่อของร่างกาย เช่น ปาก ตา จมูก
  • หล่อลื่นข้อ
  • ป้องกันอวัยวะภายใน
  • ป้องกันภาวะท้องผูก
  • ช่วยขับของเสียผ่านทางไต
  • ละลายเกลือแร่และสารอาหาร
  • นำอาหารและออกซิเจนไปสู่ร่างกายและเนื้อเยื่อ

สาเหตุ

  • สาเหตุ ที่สำคัญคือท้องร่วง และอาเจียน จากการติดเชื้อ เช่นอหิวา โรคบิด หรืออาหารเป็นพิษ จะมีประชากรทั่วโลกเสียชีวิตจากการขาดน้ำปีละ1.5ล้านคน กลุ่มที่เสี่ยงคืเด็กและทารก
  • ไข้สูงเสียเหงื่อมาก
  • ออก กำลังกายมาก และอยู่ในสภาพอากาศที่ร้อน ร่างกายจะเสียน้ำมากกว่าเกลือแร่ กลุ่มเสี่ยงคือวัยรุ่นซึ่งน้ำหนักจะน้อกว่าผู้ใหญ่ และเป็นวัยที่ชอบออกกำลังกาย
  • เสียน้ำทางปัสสาวะเช่นโรคเบาหวานและเบาจืด ร่างกายจะสูญเสียน้ำไปทางปัสสาวะมากจนอาจจะเกิดไตวาย
  • ผิวหนังถูกไฟไหม้ ร่างกายจะสูญเสียน้ำทางน้ำเหลืองที่ไหลออกมา

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ร่างกายขาดน้ำ

ทุกเพศทุกวัยมีความเสี่ยงในการขาดน้ำพอๆกัน แต่กลุ่มที่จะกล่าวจะมีความเสี่ยงต่อการขาดน้ำสูงกว่ากลุ่มอื่น กลุ่มดังกล่าวได้แก่

  • เด็กและทารก เด็กและทารกจะมีขนาดเล็ก น้ำหนักน้อย ร่างกายต้องการน้ำมากและเป็นกลุ่มซึ่งจะเกิดอาการท้องร่วงได้ง่ายกว่ากลุ่มอื่น
  • ผู้ สูงอายุ ผู้สูงอายุจะเสี่ยงต่อการขาดน้ำเนื่องจากปริมาณน้ำในร่างกายมีไม่มาก ประสาทในการรับรู้เรื่องหิวน้ำลดลง และการตอบสนองต่ออุณหภูมิของร่างกายเสียไป
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่นเบาหวาน โรคไต ผู้ที่ติดสุรา กลุ่มนี้เพียงมีปัจจัยอื่นกระคุ้นเล็กน้อยก็อาจจะทำให้ร่างกายขาดน้ำ
  • ผู้ที่ออกกำลังกายมาก เช่นวิ่งมาราธอน ขี่จักรยาน ไตรกีฬา เพราะยิ่งออกกำลังกายนานร่างกายจะมีโอกาศขาดน้ำได้ง่าย
  • ผู้ ที่อาศัยอยู่ในที่สูง ร่างกายจะปรับตัวโดยการขับปัสสาวะเพิ่ม ขณะเดียวกันต้องหายใจไวเพื่อเพิ่มออกซิเจนในเลือดทำให้ร่างกายต้องขาดน้ำ

เราจะต้องไปพบแพทย์เมื่อไร

2

ผิวแห้งจนตั้งได้

1

ผิวแห้ง ตาโหล

สำหรับ ผู้ที่ร่างกายแข็งแรงสามารถทนต่อการขาดน้ำได้พอควร แต่กลุ่มเสี่ยงดังกล่าวอาจจะทนต่อการขาดน้ำได้น้อยจึงควรจะพบแพทย์ในกรณีดัง ต่อไปนี้

  • มีอาการท้องร่วงอย่างรุนแรง
  • อาเจียนติดต่อกัน 12 ชั่วโมง
  • มีอาการท้องร่วงติดต่อกัน 5 วัน
  • ซึมลง สับสน หน้ามืดเวลาเปลี่ยนท่าจากนั่งเป็นยืน

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าร่างกายขาดน้ำ

สำหรับผู้ที่ขาดน้ำไม่มากเราอาจจะสังเกตสิ่งต่อไปนี้

  • ผิวแห้ง ริมฝีปากแห้ง
  • เพลียหลับงาน เด็กจะซึมไม่ค่อยเล่น
  • หิวน้ำ
  • ปัสสาวะน้อยลง เด็กเล็กจะปัสสาวะน้อยกว่า 6 ครั้งใน 1 วัน ส่วนเด็กโตหากไม่ปัสสาวะใน 8 ชั่วโมงถือว่าร่างกายขาดน้ำ
  • เด็กร้องไห้ไม่มีน้ำตา
  • ไม่มีแรง
  • ปวดศรีษะ

สำหรับผู้ที่ขาดน้ำอย่างรุนแรงจะสังเกตเห็นสิ่งต่อไปนี้

  • กระหายน้ำอย่างมาก
  • สับสนกระวนกระวาย เด็กอาจจะซึมลง
  • ผิวหนัง ปากจะแห้งมาก
  • ไม่มีเหงื่อ
  • ไม่ปัสสาวะ หรือปัสสาวะออกน้อยมาก
  • ตาโหล
  • ผิวแห้งสูญเสียความยึดหยุ่่น เมื่อเราดึงผิวหนังขึ้นมาผิวจะตั้งได้ดังรูป
  • หากเป็นเด็กทารกบริเวณขม่อมจะบุ๋มลง
  • ความดันต่ำ ชีพขจรเร็ว
  • หายใจเร็ว
  • ซึม หรือหมดสติ

การรักษา

การทดแทนน้ำเป็นวิธีที่ดีที่สุด

  1. การทดแทนน้ำในเด็ก
  • หาก ไม่มีข้อห้ามจากแพทย์ท่านสามารถดื่มน้ำเกลือแร่ทันทีที่มีภาวะเสียน้ำ เช่นท้องร่วง หากไม่มีน้ำเกลือแร่ก็อาจจะผสมเกลือ ครึ่งช้อนชา ผงฟู ครึ่งช้อนชา น้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะผสมในน้ำ 1 ลิตร เราจะรู้ว่าได้รับน้ำเพียงพอโดยดูจากปริมาณปัสสาวะและสีปัสสาวะว่าใสและออก มากจึงลงปริมาณน้ดื่ม
  • สำหรับทารกไม่ต้องหยุดนมแต่ให้ รับน้ำเกลือแร่เสริม สำหรับผู้ที่ดื่มนมผงก็เปลี่ยนนมที่ไม่มี lactose จนกระทั่งท้องร่วงดีขึ้นจึงให้ดื่มนมตามปกติ
  • ให้หลีก เลี่ยงเครื่องดื่มหรืออาหารบางประเภท เช่นน้ำเปล่าเพราะว่าไม่มีเกลือแร่ น้ำดื่มสำหรับออกกำลังไม่เหมาะสมที่นำมาใช้ในคนที่เสียน้ำจากท้องร่วงเพราะ ในน้ำดื่มสำรับออกกำลังจะมีเกลือแร่น้อยกว่า
  1. การทดแทนน้ำสำหรับผู้ที่ออกกำลังกาย ให้ใช้น้ำเปล่าหรืออาจจะใช้น้ำดื่มสำหรับคนที่ออกกำลังกาย
  2. สำหรับผู้ใหญ่ที่ท้องร่วงก็ทดแทนโดยการดื่มน้ำหรือน้ำเกลือแร่ให้พอ
  3. สำหรับผู้ที่ป่วยหนักต้องรับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาล

ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ

ภาวะขาดน้ำหากเราได้รับน้ำทดแทนไม่ทันเวลาและปริมาณไม่พอก็อาจจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนซึ่งอาจจะอันตรายทำให้เสียชีวิตได้

  • เกิดภาวะเป็นลมแดด
  • สมองบวมเนื่องจากสมองจะดึงน้ำเข้าเซลล์มาก
  • ชักเนื่องจากเสียสมดุลเกลือแร่
  • ความดันต่ำหรือช็อกจากขาดน้ำ
  • ไตวาย
  • โคม่าและเสียชีวิต

การป้องกัน

การป้องกันภาวะขาดน้ำสามารถทำได้โดยการดื่มน้ำ น้ำผลไม้ หรืออาหารที่มีน้ำมาก เช่นผักและผลไม้ สำหรับภาวะที่ต้องให้ความสนใจได้แก่

  • สำหรับ ผู้ที่ป่วยมีโรคประจำตัว ควรจะเริ่มให้น้ำผสมเกลือแร่ทันทีที่เริ่มมีภาวะเสี่ยงต่อการขาดน้ำ ไม่ต้องรอให้เกิดภาวะขาดน้ำ หากดื่มน้ำเปล่าอาจจะทำให้ร่างกายเสียสมดุลเกลือแร่ได้
  • หาก ต้องออกกำลังกายมากเป็นระยะเวลาต่อเนื่องเช่นวิ่งมาราธอน เราจะต้องดื่มน้ำให้มากพอก่อนออกกำลังกาย 1 วันเราจะรู้ได้โดยสังเกตปัสสาวะจะใสและออกมาก ก่อนออกกำลัง 2 ชั่วโมงก็ให้ดื่มน้ำ 2 แก้ว สำหรับผู้ที่ออกกำลังปกติอาจจะให้ดื่ม1-2แก้วก่อนออกกำลังกายครึ่งชั่วโมงก็ น่าจะเพียงพอ
  • สำหรับสภาวะอากาศที่ร้อนเราต้องดื่มน้ำเพิ่ม
ขอบคุณทีี่่มา : ttp://www.siamhealth.net

ภยันตรายจากไขมันในเลือด

โคเลสเตอรอลในเลือดมีกี่ชนิด
เมื่อท่านไปรับการตรวจเลือดเพื่อดูระดับโคเลสเตอรอลในเลือด ค่าโคเลสเตอรอลที่ตรวจวัดได้ จะเป็นผลรวมของโคเลสเตอรอลที่ได้มาจากแอล ดี แอล โคเลสเตอรอล LDL, เอช ดี แอล โคเลสเตอรอล HDL และ วี แอล ดี แอล โคเลสเตอรอล VLDL (คือ ค่าไตรกลีเซอไรด์ หารด้วย 5)
ในคนที่มีระดับไขมันในเลือดปกติร้อยละ 70 ของโคเลสเตอรอลที่วัดได้มาจากแอล ดี แอลและ ร้อยละ 17 มาจาก เอช ดี แอล ดังนั้นส่วนใหญ่ของผู้ที่มีระดับโคเลสเตอรอลสูงจะเกิดจากการที่มีแอล ดี แอล โคเลสเตอรอลสูง อย่างไรก็ตามผู้ที่มีระดับเอช ดี แอล โคเลสเตอรอลสูงมากก็สามารถทำให้ระดับโคเลสเตอรอลรวมสูงได้เช่นกัน

ชนิดของไขมัน
Total Cholesterol < 200
HDL Cholesterol > 40
LDL Cholesterol < 130
Triglyceride < 200
แอล ดี แอล โคเลสเตอรอล สูง เป็นไขมันที่เป็นต้นเหตุและ เป็นตัวการที่สำคัญที่สุดของโรคหลอดเลือดแดงตีบตัน ระดับแอล ดี แอล โคเลสเตอรอลในเลือดสูงมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันและ หลอดเลือดสมองตีบตัน
เอช ดี แอล โคเลสเตอรอล เป็นไขมันที่มีหน้าที่ป้องกันและต่อต้านการเกิดโรคหลอดเลือดแข็ง ระดับเอช ดี แอล โคเลสเตอรอลที่ต่ำ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน
นอกจากนี้ ไขมันไตรกลีเซอไรด์ที่สูงก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็งเช่นเดียวกัน
ไขมันในเลือดประมาณ 2/3 ได้มาจากการสร้างที่ตับโดยการย่อจากไขมันอิ่มตัว [saturated fat ] ที่เรารับประทานหากเรารับประทานไขมันอิ่มตัวมากไขมันในเลือดก็จะสูง แต่อาหารที่เรารับประทานก็ไม่ได้มีมีเพียงไขมันชนิดเดียวแต่จะประกอบส่วนผสม ของไขมันดังนี้คือ
* ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (monounsaturated)
* ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน(polyunsaturated)
* ไขมันอิ่มตัว( saturated fatty acids)
* trans-fatty acids
ปริมาณไขมันแต่ละชนิดจะมีส่วนประกอบของไขมันต่างกันมากบ้างน้อยบ้าง แล้วแต่ชนิดอาหาร เช่นน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันปาล์มหรือไขมันจากสัตว์จะมีไขมันอิ่มตัวสูง ไขมันที่เป็นผลเสียต่อร่างกายได้แก่ไขมันอิ่มตัว( saturated fatty acids) และ trans-fatty acids ซึ่งจะต้องให้ความสนใจเป็นอันดับแรก ไขมันอิ่มตัวจะพบมากในอาหารไขมันที่มาจากสัตว์เช่นน้ำมันหมู ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว กะทิ อาหารทอดทั้งหลายส่วนใหญ่จะทอดด้วยน้ำมันปาล์มหรือน้ำมันมะพร้าว ดังนั้นจึงต้องเลี่ยงอาหารทอด
แนวทางป้องกันโคเลสเตอรอลในเลือดสูง (จรวยพร ธรณินทร์, 2538)
1. บริโภคน้ำมันให้น้อยลง โดยปริมาณไขมันในอาหารไม่ควรเกินร้อยละ 30 ของพลังงานทั้งหมด ด้วยการลดหรืองด อาหารจำพวก ของทอด ของผัด ของมันเช่น เนย งา มะม่วงหิมพานต์ ถั่วลิสง เนื้อสัตว์ มะพร้าว กะทิ ไข่แดง นม
2. บริโภค โคเลสเตอรอลให้น้อยลง โดยการลดหรืองด อาหารอาหารประเภทสมอง ไข่แดง
เครื่องในสัตว์ และอาหารทะเลที่มีเปลือกเช่น กุ้ง หอย ปู
3. บริโภคกรดไขมันอิ่มตัวให้น้อยลง ด้วยการลดหรืองด น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม นม เนย กะทิ เนื้อวัว เนื้อหมู
4. บริโภคไขมันไม่อิ่มตัวให้พอเหมาะ ด้วยการบริโภคน้ำมันมะกอก 1 ส่วนผสมกับน้ำมันถั่วเหลือง 1 ส่วน แต่เนื่องจากน้ำมันมะกอกราคาแพงและหาซื้อได้ยาก จึงแนะนำให้ใช้น้ำมันรำข้าว 1 ส่วน ผสมกับน้ำมันถั่วเหลือง 1 ส่วนพร้อมบริโภคปลาทะเลสัปดาห์ละประมาณ 3 มื้อ
สมุนไพรที่มีสรรพคุณลดไขมันในเลือด
เห็ดหูหนู, เห็ดหลินจือ, กระเจี๊ยบ, ดอกคำฝอย, กระเทียม, หัวหอม, เสาวรส, ถั่วเหลือง

แนะนำผลิตภัณฑ์ : เกรพซีด พลัส ไลโคปีน

Starry Cosmetiq Whitening Transparent Soap

สบู่สตาร์รี่ คอสเมติก สูตรเพื่อผิวขาว
สบู่เพื่อผิวขาวใส ผสมสารสกัดเมล็ดองุ่น และสารสกัดจากทับทิม
วิธีใช้ : ทำความสะอาดผิวหน้า แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
ขนาดบรรจุ : 70 กรัม
ราคาปกติ : 360 บาท
ราคาสมาชิก : 300 บาท
รายละเอียดเพิ่มเติม

Starry Cosmetiq Acne Transparent Soap

สบู่สตาร์รี่ คอสเมติก สูตรรักษาสิว
สบู่ใสสำหรับผิวที่เป็นสิว ผสมสารสกัดเมล็ดองุ่น และสารสกัดจากเปลือกมังคุด
วิธีใช้ : ทำความสะอาดผิวหน้า แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
ขนาดบรรจุ : 70 กรัม
ราคาปกติ : 360 บาท
ราคาสมาชิก : 300 บาท
รายละเอียดเพิ่มเติม